EN TH

ข่าว

TTA โชว์กำไร 183 ล้านบาทในไตรมาส 2/2557

กลับหน้าข่าว 14 พฤษภาคม 2557

กรุงเทพฯ ประเทศไทย 14 พฤษภาคม 2557 - บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) ประกาศผลกำไรสุทธิ 183 ล้านบาท สำหรับงวดสิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2557 โดยเป็นผลงานไตรมาสสองที่แข็งแกร่ง เนื่องจากธุรกิจหลักทั้งสาม ได้แก่ บริษัท เมอร์เมด มาริไทม์ จำกัด (มหาชน) ("เมอร์เมด") บริษัท โทรีเซนชิปปิ้ง สิงคโปร์ ("โทรีเซนชิปปิ้ง") และบริษัท บาคองโค จำกัด ("บาคองโค") ยังทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง ส่วนบริษัท ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด (มหาชน) ("UMS") ยังคงพยายามที่จะสร้างความสมดุลให้กับโครงสร้างเงินทุนและเร่งฟื้นฟูสถานภาพทางการเงิน จึงยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 35 ล้านบาทในไตรมาสนี้

โทรีเซนชิปปิ้ง
ถึงแม้ว่าช่วงเดือนมกราคม-มีนาคมจะเป็นช่วงโลว์ซีซันสำหรับธุรกิจเรือบรรทุกสินค้าแห้งเทกอง แต่ผลกำไรสุทธิของโทรีเซนชิปปิ้งในไตรมาสนี้ยังสูงกว่าไตรมาส 1/2557 และเพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 218% มาเป็น 123 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลการดำเนินงานไตรมาสสองที่ดีที่สุดในรอบสี่ปีของโทรีเซนชิปปิ้ง ที่เกิดจากความพยายามในการหารายได้ให้มากขึ้นและการควบคุมต้นทุนที่ดี

ในภาพรวม รายได้ของโทรีเซนชิปปิ้งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 65% มาเป็น 1,845 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการมีจำนวนเรือที่ให้บริการเพิ่มขึ้น (เฉลี่ยที่ 39.8 ลำจากเดิมที่ 29.4 ลำในไตรมาสสองของปีก่อน) กำไรสุทธิก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) โตขึ้นจากปีก่อน 111% มาเป็น 304 ล้านบาทในไตรมาส 2/2557 เมื่อเทียบกับ 144 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ค่าเสื่อมราคาที่ลดลงอันเป็นผลจากการบันทึกรายการด้อยค่าของสินทรัพย์ทางบัญชีในช่วงไตรมาส 4/2556 ทำให้ผลกำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 123 ล้านบาท จากผลขาดทุนสุทธิที่ 70 ล้านบาทของช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน

ค่าจ้างรายวันของโทรีเซนชิปปิ้ง (หรืออัตราค่าระวางเรือ TCE) อยู่ที่ 10,528 เหรียญสหรัฐต่อวันในไตรมาสนี้จาก 8,651 เหรียญสหรัฐของช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ปรับตัวดีขึ้น 22% ค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของเรืออยู่ที่ 3,962 เหรียญสหรัฐต่อวันต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ 5,121 เหรียญสหรัฐ (ต่ำกว่า 23% หรือ 1,159 เหรียญสหรัฐต่อวัน) ในขณะที่ต้นทุนรวมลดลงจากปีก่อน 8% มาอยู่ที่ 8,745 เหรียญสหรัฐต่อวัน เมื่อเทียบกับ 9,511 เหรียญสหรัฐต่อวันของช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน

เมอร์เมด
เมอร์เมดโชว์ผลงานที่ดีที่สุดในรอบ 6 ปี โดยมีผลกำไรสุทธิ 98 ล้านบาทในไตรมาสนี้ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงฤดูมรสุม ในขณะที่รายได้เติบโตขึ้น 48% มาอยู่ที่ 2,090 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการทำผลงานได้ดีขึ้นของทั้งธุรกิจวิศวกรรมใต้ทะเล และธุรกิจขุดเจาะ

ทั้งธุรกิจวิศวกรรมใต้ทะเลและธุรกิจขุดเจาะต่างก็ทำผลงานได้ดีขึ้น ผลกระทบจากฤดูมรสุมลดลงเนื่องจากเมอร์เมดสามารถล็อคสัญญาระยะยาวได้ในทั้งสองธุรกิจ และการที่ทั้งสองธุรกิจสามารถหาสัญญาระยะยาวได้มากขึ้นก็ส่งผลให้รายได้ของเมอร์เมดเติบโตขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ค่าจ้างรายวันที่สูงขึ้นก็มีส่วนทำให้รายได้เติบโตขึ้นด้วย อัตราการใช้ประโยชน์ของกองเรือวิศวกรรมใต้ทะเลลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนที่ 56% มาอยู่ที่ 51% ในไตรมาสนี้

ธุรกิจเรือขุดเจาะของเมอร์เมดยังคงทำผลงานได้ดี สามารถสร้างส่วนแบ่งผลกำไรได้เพิ่มขึ้นมาเป็น 281 ล้านบาทในไตรมาสสองนี้ ซึ่งปรับตัวดีขึ้นเป็นอย่างมากจากผลขาดทุนที่ 27 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งผลงานดังกล่าวมาจาก เอเชีย ออฟชอร์ ดริลลิ่ง หรือ AOD ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนที่เมอร์เมดมีหุ้นอยู่ 33.8% ที่สามารถหาสัญญาการทำงานร่วมกับซาอุดิอรามโคได้เป็นเวลา 3 ปี

UMS
UMS รายงานผลขาดทุนสุทธิ 35 ล้านบาท เท่ากับเมื่อไตรมาส 1/2557 ที่ผ่านมา โดยกระแสเงินสดดีขึ้นจากการระบายถ่านหินในคลังสินค้า ในช่วงสองไตรมาสที่ผ่านมา UMS ให้ความสำคัญกับการปรับสมดุลของโครงสร้างเงินทุน และเร่งฟื้นฟูสถานภาพทางการเงินให้ดีขึ้น โดยสามารถลดดอกเบี้ยสุทธิจากหนี้สินทั้งหมดได้ถึง 393 ล้านบาทจากระดับ 1,139 ล้านบาทในไตรมาสที่ 1 มาอยู่ที่ 746 ล้านบาทในไตรมาสที่สอง

บาคองโค
บาคองโคมีกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสนี้ โดยเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 95% มาอยู่ที่ระดับ 89 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการควบคุมต้นทุน ตลอดจนแผนการขายและการตลาดที่มีประสิทธิภาพ กำไรของธุรกิจปุ๋ยเพิ่มขึ้นจากความสามารถในลดต้นทุนค่าวัตถุดิบ ในขณะที่ยังคงตรึงราคาขายไว้เท่าเดิม ยอดขายปุ๋ยเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อย 2% มาอยู่ที่ 40,690 ตัน เนื่องจากบาคองโคหันมาเน้นขายปุ๋ยสูตรที่ให้กำไรสูงและยังขยายการส่งออกไปยังต่างประเทศอีกด้วย ในขณะที่รายได้จากคลังสินค้าก็เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 79% หลังจากการเปิดตัวคลังสินค้าบาคองโคหมายเลข 5 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว

สรุปผลประกอบการไตรมาส 2/2557
กำไรสุทธิของ TTA ในไตรมาส 2/2557 เติบโตจากปีก่อน 183% มาอยู่ที่ 183 ล้านบาท เมื่อเทียบกับผลขาดทุน 220 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้รวมเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 33% มาอยู่ที่ 4,902 ล้านบาท ในขณะที่ EBITDA เพิ่มมาเป็น 815 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่าตัวจากปีที่ผ่านมา ซึ่งทั้งหมดเป็นผลมาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของผลกำไรเบื้องต้น การเพิ่มขึ้นอย่างมีสาระสำคัญของส่วนแบ่งผลกำไร และการปรับตัวขึ้นเล็กน้อยของค่าใช้จ่ายในการบริหาร

นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ TTA กล่าวว่า "TTA สามารถทำผลงานได้ดีติดต่อกันอีกหนึ่งไตรมาส โดยทั้งรายได้และผลกำไรปรับตัวดีขึ้นอย่างเป็นที่น่าพอใจ จนทำให้นี่คือผลงานของไตรมาสสองที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา ผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจขนส่งและกลุ่มธุรกิจพลังงานต่างก็ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากอัตราการใช้งานของเรือสูงขึ้น การได้สัญญาระยะยาว และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

"เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้ คือแผนการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนเพื่อระดมเงินทุนจำนวน 4,173 ล้านบาทสำหรับขยายธุรกิจของเรา ได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นเป็นอย่างดี โดยมีผู้ถือหุ้นให้ความสนใจจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนเกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้ถึง 7 % ซึ่งนี่เป็นเครื่องยืนยันถึงความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้นที่มีต่อความสามารถในการในการสร้างผลงานที่ดีและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นของเรา

"เงินทุนที่ระดมได้จากการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนทำให้เราสามารถเลือกโอกาสในการลงทุนทั้งระยะสั้นและระยะกลางที่เหมาะสมให้กับบริษัทในเครือและบริษัทร่วมทุนของเราได้ดีมากขึ้น ซึ่งเราได้ใช้เงินส่วนหนึ่งไปกับการลงทุนขยายกองเรือและสำนักงานให้กับโทรีเซนชิปปิ้ง โดยเรานับตั้งแต่ต้นปี 2557 เราได้ซื้อเรือมือสองมาเสริมกองเรืออีก 5 ลำ และยังได้เปิดสำนักงานขายในประเทศแอฟริกาใต้ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าให้ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังวางแผนที่จะขยายกองเรือเพิ่มเป็นอย่างต่ำ 25 ลำ (สูงสุด 30 ลำ) ภายในสิ้นปี 2557 หาสถานการณ์ตลาดเรือมือสองเอื้ออำนวย

"กลุ่มธุรกิจพลังงานยังคงสามารถที่จะหาสัญญาระยะยาวที่มีกำไรสูงมาได้อย่างต่อเนื่อง เรามีมุมมองในเชิงบวกกับแนวโน้มของธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ความต้องการใช้เรือขุดเจาะแบบสามขาทั่วโลกเพิ่มขึ้น และความต้องการใช้งานเรือขุดเจาะสามขาแบบพรีเมี่ยมยังคงสูงโดยเฉพาะในตลาดเอเชียและตะวันออกกลาง เรายังคงให้ความสำคัญกับการหาสัญญาที่มีมูลค่าสูงและพยายามที่จะหาสัญญาให้กับเรือขุดเจาะท้องแบนสองลำและเรือซ่อมบำรุงสั่งต่อใหม่ที่จะรับมอบในปี 2559 ด้วย

"บาคองโคยังทำผลงานได้ดี โดยทำกำไรได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสนี้ และเรากำลังมองหาหนทางในการสร้างความเติบโตให้กับธุรกิจปุ๋ยและคลังสินค้า

"ในขณะเดียวกัน UMS ก็สามารถปรับปรุงกระแสเงินสดให้ดีขึ้นมาได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลมาจากการระบายถ่านหินในคลังสินค้า ผลการดำเนินงานของ UMS ยังคงได้รับผลกระทบจากการที่ไม่สามารถขนส่งทางน้ำผ่านเข้าออกจากโรงงานที่สมุทรสาคร และเรายังคงพยายามที่จะแก้ไขให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง"