EN TH

ข่าว

AOD รับมอบเรือขุดเจาะสามขาลำที่สาม

กลับหน้าข่าว 18 กรกฎาคม 2556

กรุงเทพ 18 กรกฎาคม 2556 -- บมจ. โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA ประกาศในวันนี้ว่า บริษัท เอเชีย ออฟชอร์ ดริลลิ่ง หรือ AOD ซึ่งเป็นกิจการร่วมทุนของบริษัท เมอร์เมด มาริไทม์ จำกัด (มหาชน) หรือเมอร์เมด ได้ทำการรับมอบเรือขุดเจาะ AOD III ซึ่งเป็นเรือขุดเจาะแบบสามขา (Jack-up Rig) ลำที่สามจากอู่ต่อเรือ Keppel FELS Ltd. ในสิงคโปร์ เป็นที่เรียบร้อย  ทั้งนี้ เมอร์เมด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ TTA ที่ดำเนินธุรกิจให้บริการนอกชายฝั่งแก่บริษัทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ได้ก่อตั้งบริษัท AOD ขึ้นในปี พ.ศ. 2553 ปัจจุบันเมอร์เมดมีสัดส่วนการถือครองหุ้นร้อยละ 33.76 ในขณะที่ Seadrill มีสัดส่วนการถือครองหุ้นร้อย 66.23 และจะทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลการตลาดให้กับ AOD

เรือขุดเจาะ AOD III กำลังออกเดินทางไปยังตะวันออกกลางเพื่อเริ่มปฏิบัติงานขุดเจาะตามสัญญาจ้างงานกับบริษัทน้ำมันแห่งชาติซาอุดิอาระเบีย หรือ Saudi Aramco ในช่วงแรกเป็นระยะเวลา 3 ปี พร้อมเงื่อนไขในการต่อสัญญาออกไปอีก 1 ปี เช่นเดียวกับเรือขุดเจาะ AOD I และ AOD II ซึ่งทั้งสองลำก่อนหน้านี้ ที่ต่างก็ได้รับสัญญาว่าจ้างงานจาก Saudi Aramco ในลักษณะเดียวกัน

"เมอร์เมดได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่า ธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจะฟื้นตัวกลับมาอีกครั้ง เมื่อลงทุนก่อตั้ง AOD ในปี 2553" นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ รองประธานกรรมการบริหารของ TTA และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเมอร์เมด กล่าว "AOD รับมอบเรือมาในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะที่สุด เพราะตลาดขุดเจาะน้ำมันกำลังเฟื่องฟู ทำให้เรือของเราได้ประโยชน์จากอัตราค่าจ้างรายวันที่สูงมากเป็นประวัติการณ์ในช่วงที่ผ่านมา"

ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เมอร์เมดยังได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นให้ดำเนินการตามแผนเพิ่มทุนในการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิม (Rights Issue) เพื่อระดมเงินทุนจำนวน 176 ล้านเหรียญสิงคโปร์ สำหรับมาลงทุนซื้อเรือขุดเจาะเพิ่มเติม 

นายเฉลิมชัย กล่าวสรุป "เมอร์เมดจะเป็นแหล่งรายได้และกำไรที่สำคัญสำหรับ TTA ในอนาคตอันใกล้และในระยะกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในขณะที่อุตสาหกรรมเรือบรรทุกสินค้าเทกองเพิ่งจะค่อยๆ เริ่มฟื้นตัวกลับมาทีละน้อย ดังนั้น TTA ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ จึงให้การสนับสนุนแผนเพิ่มทุนดังกล่าวอย่างเต็มที่ และยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของบริษัทในการดำเนินธุรกิจในตลาดหลัก เช่น เอเชีย ตะวันออกกลาง และตลาดอื่นๆ"