EN TH

ข่าว

บอร์ด TTA ลงมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.50 บาท แต่ไม่มีการจัด EGM เพราะการขอจัดประชุมไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย

กลับหน้าข่าว 21 มิถุนายน 2554

(กรุงเทพฯ 21 มิถุนายน 2544)  -  คณะกรรมการ (บอร์ด) ของ บมจ. โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์  ("TTA" หรือ "บริษัทฯ") ได้ประชุมและลงมติพิจารณา 2 วาระสำคัญเมื่อช่วงเย็นวันที่ 20 ที่ผ่านมา คือ มีมติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.50 บาทแ ก่ผู้ถือหุ้นทุกราย และพิจารณาว่าไม่จำเป็นต้องเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) ตามที่ผู้ถือหุ้นกลุ่มหนึ่งร้องขอมาเมื่อเร็วๆ นี้  เนื่องจากจำนวนสัดส่วนการถือครองหุ้นรวมของผู้ถือหุ้นที่เข้าชื่อมามีไม่ถึง 10% ของจำนวนหุ้นที่ได้ชำระแล้วของบริษัทฯ

บริษัทฯ จะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจำนวน 0.50 บาทต่อหุ้นให้กับผู้ถือหุ้น โดยกำหนดให้วันที่ 6 กรกฎาคม  2554 เป็นวันปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นและมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 18 กรกฎาคม 2554

ม.ล. จันทรจุฑา จันทรทัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า "จากการพูดคุยกับผู้ถือหุ้นต่างๆ หลายครั้ง และจากการที่บริษัทฯ ไม่มีแผนในการลงทุนขนาดใหญ่ในอนาคตอันใกล้ บอร์ดจึงมีมติให้มีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์กับผู้ถือหุ้นโดยรวม ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าว เป็นผลมาจากการหารือกับผู้ถือหุ้นเป็นจำนวนมากมาระยะหนึ่งแล้วพบว่า สิ่งที่ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ต้องการคือเงินปันผลเพิ่มเติม  ทั้งนี้ การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเมื่อรวมกับเงินปันผลจำนวน 0.26 บาทที่ประกาศจ่ายไปเมื่อต้นปี  คิดเป็นผลตอบแทนรวมร้อยละ 4.2 จากราคาหุ้นที่ 18.20 บาท"

หลังจากจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลแล้ว  บริษัทฯ จะยังคงมีเงินสดเพียงพอ สำหรับการดำเนินงานตามแผนการธุรกิจที่ได้วางไว้ ซึ่งในบางกลุ่มธุรกิจก็มีสภาพการแข่งขันในตลาดค่อนข้างสูง  รวมถึงการสร้างความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มธุรกิจพลังงานและกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน และกลุ่มธุรกิจขนส่ง" ม.ล. จันทรจุฑา เสริม

ในเรื่องคำร้องขอจากผู้ถือหุ้นจำนวน 75 ราย ให้มีการจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นนั้น เนื่องจากจำนวนหุ้นรวมและสัดส่วนการถือหุ้นของกลุ่มผู้ถือหุ้นดังกล่าว มีไม่ถึงร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่ชำระแล้วของบริษัทฯ   จึงไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของ พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัด โดยเกิดจากการที่ผู้ถือหุ้นบางรายไม่มีรายชื่อเป็นผู้ถือหุ้นตามบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ส่งมาให้บริษัทฯ และอีกส่วนหนึ่งเป็นผู้ถือหุ้นที่มีจำนวนหุ้นน้อยกว่าที่แจ้งไว้ในจดหมายร้องขอให้จัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น  บอร์ดจึงได้พิจารณาว่า บริษัทฯ ไม่จำเป็นต้องเรียกประชุมวิสามัญตามที่ผู้ถือหุ้นกลุ่มดังกล่าวร้องขอ  และพิจารณาวาระการประชุมที่กลุ่มผู้ถือหุ้นดังกล่าวได้เสนอมาแล้ว เห็นว่าไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมต่อบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ   

"บอร์ดลงความเห็นว่า บริษัทฯ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น (วอแรนต์) ในขณะนี้" ม.ล. จันทรจุฑา อธิบาย "ในแง่ของผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นนั้น แม้ว่าผู้ถือหุ้นสามารถขายวอแรนต์ออกไปได้ก่อนครบกำหนดอายุของวอแรนต์ แต่ก็ขึ้นกับแนวโน้มของสภาพตลาดในขณะนั้น ซึ่งจะทำให้ผลตอบแทนเป็นเงินสดจากการขายวอแรนต์มีความผันผวนสำหรับผู้ถือหุ้นมากกว่าในกรณีการจ่ายเงินปันผลในรูปเงินสดตามปกติ   ในส่วนผลประโยชน์ที่บริษัทฯ จะได้รับจากการออกวอแรนต์นั้นมีความไม่แน่นอน เนื่องจากยังไม่มีการเพิ่มทุนเข้ามาในบริษัทฯ  ทันที  นอกจากนี้ การออกวอแรนต์ในอัตราส่วน 1:4 ยังทำให้จำนวนของวอแรนต์ทั้งหมดคิดเป็นร้อยละ 20 ของทุนจดทะเบียนในอนาคต ดังนั้น ถ้ามีการใช้สิทธิแปลงสภาพวอแรนต์ทั้งหมดเป็นหุ้นของบริษัทฯ ก็จะส่งผลถึงการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของอัตราส่วนกำไรต่อหุ้น ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากหุ้นของบริษัทฯ มีสภาพคล่องสูงมากอยู่แล้ว บริษัทฯ จึงไม่จำเป็นต้องมีสภาพคล่องเพิ่มเติมจากการแปลงสภาพวอแรนต์"

สำหรับวาระเรื่องการเปลี่ยนรอบบัญชีของบริษัทนั้น ม.ล.จันทรจุฑา ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า "เนื่องจากปัจจุบัน บริษัทฯ ได้มีการ รายงานผลการดำเนินงานเป็นประจำทุกไตรมาส ในช่วงเวลาเดียวกับบริษัทจดทะเบียนอื่นๆ อยู่แล้ว ดังนั้น หากนักลงทุน ต้องการจะเปรียบเทียบผลประกอบการของบริษัทฯ กับบริษัทจดทะเบียนอื่นๆ จึงสามารถทำได้อย่างง่ายดาย"

"การที่บริษัทฯ มีรอบบัญชีที่แตกต่างไปจากบริษัทจดทะเบียนอื่นๆ อย่างเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน (ต.ค-ก.ย.) ยังให้ ประโยชน์หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยให้ผู้ตรวจสอบบัญชีมีเวลาทำงานได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องไปเร่งกระจุกตัวอยู่ตามรอบบัญชีทั่วไป และที่สำคัญคือ ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือหุ้นสามารถแบ่งเวลามาเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี ซึ่งบริษัทฯ จัดขึ้นภายในเดือนมกราคมของทุกปีได้  ในขณะที่บริษัทอื่นๆ ต้องไปแย่งจัดประชุมพร้อมกันในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ถือหุ้นซึ่งมีหุ้นในหลายบริษัท ไม่สามารถไปร่วมการประชุมทุกบริษัทตามที่ต้องการได้" ม.ล. จันทรจุฑา กล่าวสรุป    

 

ข้อมูลเกี่ยวกับ บมจ.โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์
บมจ.โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ ("TTA") เป็นบริษัทเพื่อการลงทุนในเชิงกลยุทธ์ ซึ่งจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยบริษัทฯ เน้นกลยุทธ์การลงทุนแบบกระจายความเสี่ยงในกลุ่มธุรกิจการขนส่ง กลุ่มธุรกิจพลังงาน และกลุ่มธุรกิจโครงสร้างขั้นพื้นฐาน ทั้งในและนอกประเทศ ซึ่งโดยแรกเริ่มบริษัทฯ เป็นเจ้าของธุรกิจเรือบรรทุกสินค้าแห้งเทกองและธุรกิจบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเดินเรือ ต่อมา บริษัทฯ ได้ขยายการลงทุนออกไปในธุรกิจอื่นๆ ที่สามารถให้การสนับสนุนและส่งเสริมธุรกิจเดิมที่มีอยู่ให้มากขึ้น เช่น ธุรกิจการให้บริการนอกชายฝั่งเกี่ยวกับงานบริการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติและงานวิศวกรรมโยธาใต้น้ำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านบริษัท เมอร์เมด มาริไทม์ จำกัด (มหาชน) ธุรกิจปุ๋ยและธุรกิจคลังสินค้าผ่านบริษัท บาคองโค ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับถ่านหินผ่านบริษัท เมอร์ตันกรุ๊ป และบมจ. ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส ธุรกิจเรือบรรทุกน้ำมันผ่านบริษัท ปิโตรลิฟต์ จำกัด และธุรกิจท่าเรือผ่านบริษัท "Baria Serece" ผู้ผลิตและจำหน่ายปุ๋ยไนโตรเจนจากธรรมชาติและชิ้นส่วนอุตสาหกรรม

 

เผยแพร่โดย  รวิษฎา อังคีรส  แผนกสื่อสารองค์กร  บมจ.โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์
โทรศัพท์ 081 398 5098   Email:  ravisada_a@thoresen.com