EN TH

ข่าว

TTA แจ้งผลประกอบการไตรมาส 3/2553

กลับหน้าข่าว 17 สิงหาคม 2553

(กรุงเทพ, 16 สิงหาคม 2553) บมจ.โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ ("TTA") รายงานผลกำไรสุทธิ 3 เดือน ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2553 (ไตรมาสที่ 3 ของรอบปีบัญชี 2553) เท่ากับ 185.13 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้นที่ 0.26 บาท เปรียบเทียบกับผลกำไรสุทธิที่ 352.62 ล้านบาท และกำไรต่อหุ้นที่ 0.50 บาท ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (ไตรมาสที่ 3 ของรอบปีบัญชี 2552)

กลุ่มธุรกิจที่หลากหลายของ TTA ส่งผลให้มีผลประกอบการที่แตกต่างกันออกไปในไตรมาสนี้ ม.ล. จันทรจุฑา  จันทรทัต กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า "ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา TTA มีรายได้ที่หลากหลายมากขึ้น โดยในขณะนี้รายได้จากค่าระวางคิดเป็นร้อยละ 50 ของรายได้รวมของบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการและผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยบางบริษัท ยังคงต่ำกว่าเกณฑ์และเรากำลังเดินหน้าหาทางแก้ไขปัญหาเหล่านี้

"ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ดำเนินตามกลยุทธ์ในการลงทุนโดยมุ่งเน้นในธุรกิจทั้งสามกลุ่มเพื่อเพิ่มความสมดุลและความหลากหลายในการสร้างรายได้และกำไรของกลุ่มธุรกิจ  โดยการลงทุนเชิงกลยุทธ์นี้ได้เสริมสร้างแรงขับเคลื่อนธุรกิจเชิงบวกให้แก่กลุ่มธุรกิจของ TTA และเราคาดหวังที่จะสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนจากการลงทุนในอีกสองสามปีข้างหน้าหลังจากกลุ่มธุรกิจทั้งหมดได้ผสมผสานกันลงตัวแล้ว" ม.ล.จันทรจุฑา กล่าว

 

ผลวิเคราะห์ตามกลุ่มธุรกิจ

กลุ่มธุรกิจขนส่ง พิจารณาจากธุรกิจเรือบรรทุกสินค้าแห้งเทกอง บริษัทที่ให้บริการงานที่เกี่ยวข้องกับการเดินเรือ และธุรกิจเรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซ สามารถสร้าง โดยในไตรมาสนี้ กลุ่มธุรกิจขนส่งสามารถสร้างผลกำไรสุทธิ จำนวน 434.42 ล้านบาทให้แก่ TTA ซึ่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ  6.56 จากไตรมาสที่ 3 ของรอบปีบัญชีที่ผ่านมา ตลาดธุรกิจเรือบรรทุกสินค้าแห้งเทกองเป็นไปในทิศทางที่ดีแม้ว่าจะมีช่วงที่ดัชนีอัตราค่าระวางเรือบอลติคอ่อนตัวลงไปติดต่อกันกว่า 35 วัน โดยสาเหตุหลักมาจากการที่จีนมีการนำเข้าลดลงและอุปทานของเรือที่อยู่ในภาวะล้นตลาด  "ด้วยแผนการสั่งต่อเรือใหม่ ทำให้เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของเรา คือ การเป็นเจ้าของกองเรือขนาดประมาณ 40 ลำรวมเรือที่เช่ามาเสริมเพิ่มเติม  ทั้งนี้ เราต้องการที่จะเป็นเจ้าของเรือเองเป็นส่วนใหญ่ และจะยังคงมองหาโอกาสในการซื้อเรือมือสองมากขึ้นในราคาที่เหมาะสม" ม.ล. จันทรจุฑา เปิดเผย

สำหรับกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน ในไตรมาสที่ 3/2553 นี้ สามารถสร้างกำไรที่ดีขึ้นให้กับ TTA  โดยนำผลกำไรสุทธิ 139.24 ล้านบาท เข้าสู่งบการเงินรวมของบริษัทฯ เมื่อเปรียบเทียบกับผลขาดทุนสุทธิ 1.84 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ของรอบปีบัญชี 2552

กลุ่มธุรกิจโครงสร้างขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วยธุรกิจถ่านหินและโลจิสติกส์ ธุรกิจปุ๋ยและโลจิสติกส์ ธุรกิจให้เช่าคลังสินค้า และจัดหาวัสดุบนเรือ

"ผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานที่ปรับตัวดีขึ้นนั้นไม่เพียงแต่ได้รับแรงกระตุ้นจากบริษัท บาคองโค จำกัด ("บาคองโค") ซึ่งรายงานผลดำเนินการที่แข็งแกร่งจากส่วนแบ่งยอดขายปุ๋ยและการใช้พื้นที่ในคลังสินค้ารวมไปถึงการจัดการด้านโลจิสติกส์เท่านั้น  หากแต่บริษัท ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด (มหาชน) ("UMS")" ยังสามารถสร้างผลกำไรที่ดีขึ้นจากไตรมาสที่ผ่านมาและจากการขายถ่านหินที่จะเพิ่มขึ้นในอีกสองถึงสามเดือนข้างหน้า" ม.ล. จันทรจุฑา กล่าวเสริม

ในไตรมาส 3/2553 นี้กลุ่มธุรกิจพลังงาน มีส่วนแบ่งขาดทุนสุทธิตามงบการเงินรวมของ TTA เท่ากับ 149.75 ล้านบาท การขาดทุนดังกล่าวเป็นผลมาจากอัตราการใช้ประโยชน์ของเรือที่ลดลง ทั้งในส่วนของงานบริการวิศวกรรมโยธาใต้น้ำ และงานบริการขุดเจาะ

"อัตราการใช้ประโยชน์ของเรือสนับสนุนงานประดาน้ำชนิด DP2 จำนวน 4 ลำ ของเมอร์เมดมีอยู่เพียงร้อยละ 35.70 ในขณะเดียวกันเราได้เริ่มบันทึกค่าเสื่อมราคาและดอกเบี้ยจ่ายสำหรับเรือสั่งต่อใหม่ไว้ในไตรมาสนี้แล้ว มีผลทำให้ธุรกิจในส่วนนี้ มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานไม่เพียงพอ ซึ่งเรากำลังพิจารณาหาส่วนที่สมควรได้รับการปรับปรุงอย่างเร่งด่วน" ม.ล. จันทรจุฑา กล่าว

 

แนวโน้ม

TTA คาดว่าการนำเข้าของจีนจะฟื้นตัวขึ้นเพียงเล็กน้อย แม้ว่าดัชนีอัตราค่าระวางเรือบอลติคอยู่ในช่วงขาลงในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา "การที่รัฐบาลจีนเข้มงวดในด้านการให้สินเชื่อเพื่อที่จะควบคุมการเก็งกำไรจากอสังหาริมทรัพย์นับว่าเป็นสิ่งที่น่าจับตามอง เนื่องจากกรณีนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการนำเข้า" กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าว

นอกจากนี้ ม.ล. จันทรจุฑายังสังเกตว่าในปัจจุบันอัตราการใช้ประโยชน์จากเรือขุดเจาะในตลาดยังคงอยู่ในอัตราที่พอเหมาะ เนื่องจากราคาน้ำมันมีเสถียรภาพและปรับตัวสูงขึ้นสอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก ความต้องการของการใช้เรือขุดเจาะและเรือขุดเจาะประเภทอื่นๆ จึงเพิ่มขึ้น เราน่าจะเห็นอัตราค่าเช่าเรือขุดเจาะที่มีเสถียรภาพในอนาคตอันใกล้นี้

"เราคาดหวังว่าสภาวะอุปสงค์และอุปทานของธุรกิจเรือขุดเจาะจะปรับตัวดีขึ้น เราเชื่อว่าการลงทุนใหม่ๆในช่วงเวลานี้ จะทำให้มีต้นทุนน้อยกว่าหากจะต้องเข้าไปลงทุนในอนาคต นอกจากนี้ยังส่งผลให้เราสามารถรักษาสัญญาว่าจ้างได้มากขึ้นจากข้อได้เปรียบทางการแข่งขันนี้" ม.ล. จันทรจุฑา กล่าวย้ำ

สำหรับกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน TTA คาดว่ายอดขายและราคาถ่านหินจะคงที่และเพิ่มขึ้นในอีกสองถึงสามเดือนข้างหน้าสอดคล้องกับภาวะตลาด "โครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานหลายโครงการมีการนำกลับมาพิจารณาอีกและธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กส่วนใหญ่มีการรายงานการเติบโตของยอดขาย เนื่องจากเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและต่างประเทศมีการฟื้นตัว"

 

ข้อมูลเกี่ยวกับ บมจ.โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์

บมจ.โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ เป็นบริษัทเพื่อการลงทุนในเชิงกลยุทธ์ ซึ่งจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  โดยบริษัทฯ เน้นกลยุทธ์การลงทุนแบบกระจายความเสี่ยงในกลุ่มธุรกิจการขนส่ง กลุ่มธุรกิจพลังงาน และกลุ่มธุรกิจโครงสร้างขั้นพื้นฐาน ทั้งในและนอกประเทศ  ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทฯ เป็นเจ้าของธุรกิจเรือสินค้าแห้งเทกอง  ซึ่งให้บริการเช่าเหมาลำเป็นระยะเวลาตามความต้องการของลูกค้า และธุรกิจบริการอื่นๆ ที่สนับสนุนการเดินเรือ   ต่อมา บริษัทฯ ได้ขยายการลงทุนออกไปในธุรกิจอื่นๆ ที่สามารถให้การสนับสนุนและส่งเสริมธุรกิจเดิมที่มีอยู่ให้มากขึ้น เช่น ธุรกิจการให้บริการนอกชายฝั่งเกี่ยวกับงานบริการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติและงานวิศวกรรมโยธาใต้น้ำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านบริษัท เมอร์เมด มาริไทม์ จำกัด (มหาชน) ธุรกิจปุ๋ยและธุรกิจคลังสินค้าผ่านบริษัท บาคองโค  ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับถ่านหินผ่านบริษัท เมอร์ตันกรุ๊ป และบมจ. ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส และธุรกิจเรือบรรทุกน้ำมันผ่านบริษัท ปิโตรลิฟต์ จำกัด