EN TH

ข่าว

TTA โชว์ผลประกอบการไตรมาสแรก มีผลกำไรสุทธิกว่า 2,581 ล้านบาท

กลับหน้าข่าว 14 กุมภาพันธ์ 2551

บมจ.โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ โชว์ผลประกอบการในไตรมาสที่ 1 ของปีบัญชี 2551 มีผลกำไรสุทธิเท่ากับ 2,581.71 ล้านบาท สาเหตุจากอัตราค่าระวางเรือและอัตราการใช้ประโยชน์จากเรือในธุรกิจเรือบรรทุกสินค้าแห้งเทกอง และในธุรกิจบริการนอกชายฝั่งอยู่ในระดับสูง

ม.ล. จันทรจุฑา จันทรทัต กรรมการผู้จัดการ บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) ("TTA") เปิดเผย ว่า "ผลกำไรสุทธิของบริษัทฯ ในไตรมาสที่ 1 นี้ นับได้ว่าสูงที่สุดในประวัติการณ์ หากไม่รวมผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ผลกำไรสุทธิของเราจะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 1 ของปีบัญชี 2550 ถึงร้อยละ 187.70

การที่ผลกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นนั้น มีสาเหตุหลักมาจากอัตราค่าระวางเรือและอัตราการใช้ประโยชน์จากเรือในธุรกิจเรือบรรทุกสินค้าแห้งเทกอง และในธุรกิจงานบริการนอกชายฝั่งอยู่ในระดับสูง และกำไรจากการขายเรือบรรทุกสินค้าแห้งเทกองจำนวน 1 ลำ แต่ได้ถูกหักกลบด้วยค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น (ส่งผลให้รายรับที่เป็นเงินบาทนั้นลดลง) และส่วนแบ่งกำไรจากส่วนงานธุรกิจขุดเจาะซึ่งต่ำกว่าที่คาดไว้ อัตราค่าระวางเรือถัวเฉลี่ย ซึ่งได้รวมอัตราค่าระวางเรือที่บริษัทฯ เช่ามาเสริมกองเรือเพิ่มเติมแล้ว เพิ่มขึ้นร้อยละ 43.47 จาก 18,054 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาต่อวันต่อลำในไตรมาสที่ 4 ของปีบัญชี 2550 เป็น 25,902 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาต่อวันต่อลำในไตรมาสที่ 1 ของปีบัญชี 2551 บริษัท เมอร์เมด มาริไทม์ จำกัด (มหาชน) ("เมอร์เมด") มีส่วนแบ่งกำไรให้แก่บริษัทฯ ในไตรมาสที่ 1 ของปีบัญชี 2551 เท่ากับ 88.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 4 ของปีบัญชี 2550 เท่ากับ ร้อยละ 400.14 สำหรับส่วนงานบริการที่เกี่ยวข้องกับการเดินเรือนั้น มีส่วนแบ่งผลกำไรสุทธิให้กับบริษัทฯ (หลังจากหักส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย) เท่ากับ 53.67 ล้านบาท โดยไม่รวมขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 4 ของปีบัญชี 2550 เท่ากับ ร้อยละ 1,633.42"   ส่วนงานธุรกิจเรือบรรทุกสินค้าแห้งเทกอง ได้ทำสัญญารับขนส่งสินค้าล่วงหน้าแบบเช่าเหมาลำเป็นระยะเวลาสำหรับรอบปีบัญชี 2551 ไว้แล้วร้อยละ 22.36 ของระวางบรรทุกสินค้าทั้งหมดของบริษัทฯ และร้อยละ 5.77 ของระวางบรรทุกสินค้าทั้งหมดของบริษัทฯ ในรอบปีบัญชี 2552 ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ เห็นภาพของรายได้ล่วงหน้าชัดเจน  

สินทรัพย์ในส่วนธุรกิจวิศวกรรมโยธาใต้น้ำของเมอร์เมด มีอัตราการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินร้อยละ 86 ในไตรมาสที่ 1 ของปีบัญชี 2551 เรือเมอร์เมด คอมมานเดอร์ และเรือบิณห์มินห์ ซึ่งเรือทั้ง 2 ลำ เป็นเรือที่ใช้สนับสนุนงานวิศวกรรมโยธาใต้น้ำของเมอร์เมด ได้รับการตอบรับจากลูกค้า BP Indonesia โดยได้เข้าทำสัญญากับเมอร์เมด เพื่อนำมาปฏิบัติงานในภูมิภาค นอกจากนี้ เรือ เมอร์เมด คอมมานเดอร์ ยังได้งานจาก CUEL โดยเซ็นสัญญาให้นำเรือดังกล่าวมาใช้ในงานซ่อมแซม สำรวจ และบำรุงรักษา สำหรับปี 2551 นี้ จากงานต่างๆ ที่ได้รับเข้ามา ทำให้เรือ เมอร์เมด คอมมานเดอร์มีอัตราการใช้ประโยชน์จากเรือเต็มตลอดปี 2551 ส่วนเรือลำอื่นๆ ในขณะนี้ก็กำลังอยู่ในระหว่างปฏิบัติงานตามสัญญาโดยมีอัตราการใช้ประโยชน์จากเรือสูงเช่นกัน

"ตลาดธุรกิจเรือบรรทุกสินค้าแห้งเทกอง ไต่ระดับไปสู่จุดสูงสุดครั้งใหม่ในไตรมาสที่ 1 ของปีบัญชี 2551 ดัชนีอัตราค่าเช่าเรือขนาด Supramax (Baltic Supramax Index) (จากการคำนวณของ Baltic Exchange Limited) อยู่ในระดับสูงกว่า 72,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาต่อวันในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปีบัญชี 2551 และยังคงอยู่ในระดับสูงมาจนถึงไตรมาสปัจจุบัน (43,560 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาต่อวัน ณ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551) ทั้งนี้อัตราค่าเช่าเรือขนาด Supramax เฉลี่ยอยู่ที่วันละ 47,722 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาต่อวันในไตรมาสนี้ ดัชนีอัตราค่าเช่าเรือ Baltic Dry Index อยู่ในระดับสูงกว่า 11,039 จุด ณ วันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์

ส่วนของเมอร์เมด สภาวะตลาดสำหรับธุรกิจเรือขุดเจาะยังคงแข็งแกร่งอยู่ โดยดูจากตัวเลขค่าเช่าเรือขุดเจาะในภูมิภาคที่สูงถึงวันละ 115,000 ถึง 125,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาต่อวัน ซึ่งเรือขุดเจาะ (Tender Rig) นั้น โดยพื้นฐานจะทำงานเกี่ยวกับการผลิต โดยมีระยะเวลาของสัญญาที่นานกว่าส่วนงานอื่นๆ และส่วนใหญ่จะมีการทำสัญญากันล่วงหน้า บริษัทฯ เชื่อว่า ภาพรวมของธุรกิจเรือขุดเจาะยังคงสดใส และสภาพตลาดเช่นนี้จะยังคงเอื้ออำนวยโอกาสดีๆ ในการสร้างความเติบโตทางธุรกิจต่อไป" ม.ล.จันทรจุฑา กล่าว

บมจ. โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ เป็นหนึ่งในผู้นำในอุตสาหกรรมขนส่งสินค้าแห้งเทกองโดยให้บริการขนส่งสินค้าแบบประจำเส้นทางและให้เช่าเหมาลำ รวมทั้งเป็นหนึ่งในบริษัทรายใหญ่ที่ให้บริการงานนอกชายฝั่งเกี่ยวกับงานบริการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติและงานวิศวกรรมโยธาใต้น้ำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งเป็นหนึ่งใน 50 อันดับแรกของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูง รวมทั้งมีสภาพคล่องสูง