EN TH

ข่าว

TTA ชี้เรือบรรทุกสินค้าเทกองแนวโน้มดีตลอดปี 50 มั่นใจค่าระวางดี-ตลาดประเทศจีนแข็งแกร่ง

กลับหน้าข่าว 25 พฤษภาคม 2550

โทรีเซนไทยฯ มั่นใจธุรกิจขนส่งสินค้าแห้งเทกองครึ่งปีหลังเติบโตดีต่อเนื่อง
เหตุค่าระวางในตลาดโลกแข็งแกร่ง อีกทั้งการเติบโตของเศรษฐกิจของจีนซึ่งยังคงเป็นตลาดหลัก
ชี้ปีนี้ทำสัญญาเช่าเรือระยะยาว และสัญญารับขนส่งสินค้าล่วงหน้าไว้แล้ว 42
คาดค่าระวางดีตลอดทั้งปี

ม.ล. จันทรจุฑา จันทรทัต กรรมการผู้จัดการ บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า
แนวโน้มผลประกอบการปีบัญชี 2550 คาดว่า จะเติบโตดีขึ้นกว่าปีก่อน เนื่องจากอัตราค่าระวางเรือ ยังคงปรับตัวดีขึ้น
จากปีก่อน อีกทั้งมีการคาดการณ์ว่าในปี 2550 ความต้องการขนส่งสินค้าแห้งเทกองทั่วโลกจะขยายตัวเกินร้อยละ 6.7
จากปีที่แล้ว ในขณะที่การเติบโตของกองเรือบรรทุกสินค้าแห้งเทกองโลกขยายตัวประมาณร้อยละ 6.6

สำหรับตลาดหลักของบริษัทฯ ได้แก่ จีน อินเดีย และตะวันออกกลาง มีการเติบโตไปในทิศทางเดียวกับความต้องการ
ขนส่งสินค้าแห้งเทกองทั่วโลก อาทิ เช่น ประเทศจีน มีการนำเข้า แร่เหล็ก ถ่านหิน และธัญพืช
ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง นอกจากการนำเข้าสินค้าดังกล่าวแล้ว ประเทศจีนยังส่งออกเหล็กเพิ่มขึ้นเท่าตัว
จากจำนวน 29.5 ล้านตัน ในปี 2548 เป็นจำนวน 54.5 ล้านตัน ในปี 2549 จากปัจจัยดังกล่าวจะทำให้ธุรกิจเรือบรรทุก
สินค้าแห้งเทกองของบริษัทฯ มีทิศทางที่สดใส

"ณ เวลานี้ มีสัญญาเช่าระยะยาวแบบเช่าเหมาลำเป็นระยะเวลา (time charter) ประมาณร้อยละ 31 สัญญารับขนส่งสินค้า
ล่วงหน้า (contract of affreightment) ร้อยละ 11 ที่เหลืออีกร้อยละ 58 เป็นการให้เช่าในตลาดระยะสั้น และให้บริการ
ขนส่งสินค้าประจำเส้นทาง ร้อยละ 21 และร้อยละ 37 ตามลำดับ การกระจายสัดส่วนการให้เช่าเรือในลักษณะนี้นับว่า
เป็นผลดีกับบริษัทฯ เพราะบริษัทฯ จะมีรายรับจากสัญญาให้เช่าเรือระยะยาวและสัญญารับขนส่งสินค้าล่วงหน้าที่มีการ
ตกลงค่าเช่าเรือไว้แล้ว และยังมีการรับขนส่งสินค้าประจำเส้นทางซึ่งมีอัตราค่าระวางเรือไม่ผันผวนเหมือนค่าเช่าเรือ
ในตลาดให้เช่าเรือระยะสั้น ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่ค่าเช่าเรือในตลาดให้เช่าเรือระยะสั้นลดต่ำลงก็จะไม่มีผลกระทบ
ต่อบริษัทมาก" ม.ล. จันทรจุฑากล่าว

ด้านงานธุรกิจบริการนอกชายฝั่งเชื่อว่ามีผลประกอบการที่ดีต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยในส่วนงานเรือขุดเจาะ
สามารถสร้างรายได้และผลกำไรให้แก่กลุ่มบริษัท เมอร์เมด ประมาณร้อยละ 45.76 และ 69.51 ตามลำดับ ของรายได้
และผลกำไรทั้งหมดของกลุ่มบริษัท เมอร์เมด ตลาดเรือขุดเจาะยังคงมีความแข็งแกร่งทุกประเภทและทุกชนิดที่เป็น
เรือขุดเจาะที่เคลื่อนย้ายได้ (mobile offshore drilling units)

ม.ล. จันทรจุฑา กล่าวต่อว่า ตลาดธุรกิจนอกชายฝั่งในอนาคตจะยังคงดีอยู่อย่างต่อเนื่องและมีกิจกรรมทางธุรกิจ
ในระดับสูงในปี 2550 - 2551 ขณะเดียวกันคาดว่าอุปสงค์ของเรือสำรวจและสนับสนุนงานเทคนิคใต้น้ำ (supply vessels)
จะสูงขึ้นด้วยเช่นกัน เนื่องจากกิจกรรมการพัฒนาธุรกิจนอกชายฝั่งที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น

"ในปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่ดีสำหรับธุรกิจบริการนอกชายฝั่งและกิจกรรมทางธุรกิจนอกชายฝั่งทั่วโลก ยังคงอยู่ในระดับสูง
อย่างต่อเนื่องมาถึงปี 2550 ซึ่งการสำรวจ การพัฒนา การบำรุงรักษาและปรับปรุงสภาพของโครงสร้างต่างๆ กลางทะเล
มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการใช้งานได้ดี ทำให้เรือสำรวจและสนับสนุนงานเทคนิคใต้น้ำ
ทั่วภูมิภาคต่างๆ ของโลกมีอัตราการใช้อย่างหนาแน่นมาก ซึ่งรวมถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในฤดูหนาว
ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ดีที่สุดในการใช้เรือสำรวจและสนับสนุนงานเทคนิคใต้น้ำของกลุ่มบริษัทเมอร์เมด และอัตรา
การใช้ประโยชน์จากเรือสำรวจและสนับสนุนงานเทคนิคใต้น้ำในไตรมาสที่ 2 ของปี 2550 ค่อนข้างสูง"
ม.ล. จันทรจุฑากล่าว

ส่วนธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับการเดินเรือนั้น TTA ได้รับส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากบริษัท โทรีเซน ชิปปิ้ง เอฟแซดอี
สูงสุด รองลงมาได้แก่ บริษัท เฟิร์นเล่ย์ (ประเทศไทย) จำกัด

จากผลดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 ของรอบปีบัญชี 2550 นี้ บริษัทฯ สามารถสร้างผลกำไรสุทธิสูงขึ้นจากเดิมติดต่อกัน
สี่ไตรมาสแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประโยชน์จากกลยุทธ์การกระจายส่วนงานธุรกิจของบริษัทฯ (diversification strategy)
และความแข็งแกร่งของทั้ง ธุรกิจเรือบรรทุกสินค้าแห้งเทกองและธุรกิจงานบริการนอกชายฝั่ง